ไม่อยากเป็นแผลเป็น แผลหายไวลองอ่านทางนี้

          ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่เกือบจะทุกวันจะต้องมีแผลเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นตามร่างกายของเรา ด้วยไม่ขาดความระมัดระวัง แต่แผลส่วนใหญ่ที่เป็นกันอยู่ทุกวันก็จะแค่ถลอกนิดหน่อย ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลให้หมอดูแล เราสามารถดูแลทำแผลเองได้เบื้องต้น ถ้าเคยสังเกตแผลที่เป็นเล็กๆน้อยจะเห็นว่าโดยธรรมชาติแล้ว2-3 แผลก็จะหายและตกสะเก็ดเอง ซึ่งลักษณะแบบนี้เราเรียกว่ามันเป็นกลไกการทำงานของร่างกายเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย โดยร่างกายจะสร้างผิวหนังใหม่มาแทนที่ของเก่าซึ่งช่วงนี้บริเวณที่ตกสะเก็ดจะคัน เราไม่ควรเกาเพราะจะทำให้ถลอกอีกและแผลอาจติดเชื้อได้

          เชื่อว่าหลายคนคงเคยทำแผลให้ตัวเองหรือคนในครอบครัว แต่รู้หรือไม่ว่าขั้นตอนการทำแผลที่ถูกวิธีนั้น มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง โดยเบื้องต้นเราควรมีการสำรวจแผลก่อนว่า มีขนาดเล็กหรือใหญ่ แผลลึกมากแค่ไหน ถ้าไม่ได้มีอาการอะไรรุนแรงมากนักเรามาทำแผลกันเถอะค่ะเพื่อเป็นการช่วยคุณหมอที่โรงพยาบาลจะได้เอาเวลาเหล่านี้ไปดูแลคนที่เจ็บหนักกว่าเรา ขั้นตอนทำแผลคือ

  1. ควรล้างมือให้สะอาดก่อนการทำแผล เพื่อลดความเสี่ยงที่จะมีเชื้อโรคเข้าไปในแผล
  2. ถ้าแผลมีเลือดออกควรนำสำลีสะอาดมากดที่แผลเพื่อห้ามเลือดให้หยุดไหลก่อนแต่ถ้าเป็นแค่แผลถลอกก็จะไม่มีเลือดออกมากนัก
  3. ควรล้างทำความสะอาดแผลซะก่อน เพราะบางครั้งอาจมีดิน หรือทรายติดมากับแผล ควรนำน้ำสะอาดมาล้างเศษหิน เศษดินออกก่อน
  4. เมื่อล้างแผลจนสะอาดแล้วให้นำสำลีสะอาดมาซับแผลให้แห้ง หลังจากนั้นทายาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ โดยยาเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปเพื่อให้แผลสมานหายเร็วขึ้น
  5. เมื่อทายาเรียบร้อยแล้วก็นำผ้าก็อซที่สะอาดมาพันปิดแผลไว้กันเชื่อโรคเข้าแผล และควรเปิดแผลมาทำความสะอาดทุกวันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือถ้าแผลเล็กน้อยแค่ถลอกก็ไม่ต้องปิดแผล
  6. สังเกตอาการว่าแผลที่เราทำความสะอาดมีการอักเสบ บวมแดงหรือไม่ ถ้ามีอาการดังกล่าวให้รีบพาไปพบแพทย์

สำหรับการดูแลทำความสะอาดแผลด้วยตนเอง เราควรหาซื้อยามาติดที่บ้านไว้ และควรเลือกซื้อยาที่มีส่วนผสมของคลอเฮกซิดีน ยาตัวนี้จะเป็นยาสำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรียในแผล  เมื่อทำความสะอาดแผลแล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ เน้นพวกโปรตีนเพราะจะช่วยซ่อมแซมแผลให้หายเร็วขึ้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย รวมเว็บหวยออนไลน์

พื้นที่ที่มีการติดไม่ให้เข้าไปใช้บริการนานๆอาจมีเชื้อราเกิดขึ้น

         เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวของห้างสรรพสินค้าในประเทศมาเลเซียที่รัฐบาลมีการประกาศให้เปิดให้บริการลูกค้าได้ตามปกติซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ของทางห้างสรรพสินค้าเข้าไปเพื่อทำความสะอาดห้างปรากฏว่าสินค้าภายในห้างที่เป็นกลุ่มพวกเครื่องหนังต่างๆไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า  รองเท้า   หรือว่าเข็มขัดนึกว่าสินค้านั้นจะเป็นสินค้าแบรนด์ดังแค่ไหนต่างก็มีเชื้อราเกิดขึ้นที่สินค้านั้นทั้งสิ้นสาเหตุนั้นก็มาจากที่ว่าห้างสรรพสินค้านั้นมีการถูกปิดให้บริการเป็นระยะเวลานานเกินไปซึ่งภายในห้างหลังจากที่มีการปิดบริการปุ๊บก็จะไม่มีการระบายอากาศดังนั้นทำให้อากาศภายในห้างอาจจะเกิดความชื้นเหมาะ

อย่างยิ่งกับการเจริญเติบโตของเชื้อราดังนั้นนี่จึงเป็นบทเรียนให้เรานำมาศึกษาเพื่อใช้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเราในประเทศไทยเช่นเดียวกันเพราะว่าประเทศไทยเองก็มีการประกาศการปิดห้างไม่ให้เปิดขายของในโซนของห้างสรรพสินค้าซึ่งเมื่อมีการปิดห้างก็จะไม่มีการเปิดแอร์เพื่อระบายอากาศ

ดังนั้นสินค้าภายในห้างหรือตรงจุดไหนที่มีความอับชื้นก็จะทำให้มีเชื้อราสะสมขึ้นได้ซึ่งถ้าหากห้ามมีการเปิดให้บริการตอนนี้ก็มีความเสี่ยงอย่างมากที่ลูกค้าที่ไปเดินภายในห้างอาจจะได้รับปัญหาในเรื่องของการสูดเอาเชื้อราเข้าไปอาจจะทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้นอกจากนี้แล้วสำหรับในเรื่องของอาการอื่นๆเพิ่มเติมคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็อาจจะทำให้มีผื่นคันเกิดขึ้นตามลำตัวและผิวหนังได้เช่นเดียวกันดังนั้นทางกรมอนามัยจึงได้มีการออกมาเตือนสำหรับลูกค้าที่จะไปใช้บริการสถานที่ต่างๆที่รัฐบาลเพิ่งเปิดให้มีการใช้บริการได้ไม่ว่าจะเป็นตามโรงหนัง   ตามห้างสรรพสินค้า   ตามสถานฟิตเนส   หรือตามผับ 

ซึ่งสถานที่เหล่านี้จะมีในเรื่องของการปิดห้องให้อัปไม่ได้มีการระบายอากาศดังนั้นเป็นไปได้มากที่ต่างๆอาจจะมีการสะสมของเชื้อราได้โดยเฉพาะในโรงหนังนั้นจะมีการปิดทึบดังนั้นเชื้อราจะอยู่ตามพวกเก้าอี้ต่างๆในการดูหนังซึ่งเราคงต้องรอให้ทางโรงภาพยนตร์ได้มีการจัดการเปลี่ยนแปลงหรือทำร้ายพวกเชื้อราต่างๆก่อนไม่ควรที่จะรีบไปใช้บริการทันทีหลังจากที่ทางโรงภาพยนตร์หรือตามห้างสรรพสินค้าเปิดทันทีเพื่อเป็นการป้องกันตนเองไม่ให้ไปเสี่ยงติดโรคระบบทางทางเดินหายใจได้

และที่สำคัญนอกจากนี้คือในช่วงนี้การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังคงมีอยู่ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นที่สุดเมื่อเราต้องมีการออกไปในพื้นที่ที่มีความสุข อยู่ในพื้นที่คนใช้บริการหนาแน่นเราจึงควรที่จะต้องมีการเตรียมหน้ากากอนามัยไปด้วยทุกครั้งรวมถึงเจอแอลกอฮอล์ล้างมือที่จะเอาไว้ใช้เช็ดทำความสะอาดมือเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคจะเป็นการดีที่สุดในช่วงเวลานี้

 

 

สนับสนุนโดย  หวยลาวออกกี่โมง

ทำอย่างไรถึงจะกินข้าวกล้องให้อร่อย

 จากที่เราได้รู้กันดีอยู่แล้วว่าข้าวกล้องนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายหลายด้าน ผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพรวมทั้งคนที่ต้องการลดความอ้วน หรือกินคลีน หลายคนจึงหันมากินข้าวกล้องกันเพิ่มขึ้น  บางคนอาจต้องใช้เวลาในการหัดเพื่อที่จะกินให้ได้อร่อย เนื่องจากเคยชินในรสชาติแบบเดิมๆของข้าวขาว  ซึ่งก่อนที่จะกินได้นั้น  เราจะต้องมาเรียนรู้วิธีการหุงข้าวกล้องอย่างไรให้ได้ออกมาหอมนุ่มอร่อย  สำหรับวิธีการหุงข้าวกล้องแบบง่ายๆ ที่เราจะแนะนำมีดังนี้

     วิธีการหุงข้าวกล้อง

  1. ก่อนที่จะลงมือซาวข้าวในแต่ละครั้ง เราจะต้องเก็บสิ่งแปลกปลอมที่หลงปะปนอยู่กับข้าวออกก่อน เช่น กรวด เปลือกข้าว และลงมือซาวข้าวแบบเบามือ ใช้เวลาให้น้อยที่สุด ทำเพียงแค่ครั้งเดียว เพื่อไม่ให้วิตามินที่อยู่ในข้าวสูญเสียออกไป
  2. ในการหุงข้าวกล้องเราจะต้องใส่น้ำมากกว่าการหุงข้าวขาวแบบปกติที่เคยกินมา หลักการคือข้าวกล้อง 1 ส่วน ควรเติมน้ำ2 -3 เท่า  และถ้าจะให้ประหยัดเวลาที่ใช้หุงก็นำข้าวไปแช่ไว้ประมาณ 30 นาที  ไม่แนะนำให้แช่นานกว่านี้เพราะอาจทำให้วิตามินบางอย่างถูกน้ำละลายออกไป  ยิ่งเป็นข้าวกล้องที่มีสี อาจนำน้ำที่แช่กลับไปใช้หุง ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในข้าวได้ด้วย
  3. ผู้หุงข้าวจะต้องใส่น้ำให้เหมาะสม และรู้มาก่อนว่าข้าวที่ใช้หุงเป็นข้าวเก่าหรือข้าวใหม่  โดยปริมาณน้ำจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ว่าชอบข้าวแฉะหรือร่วน การจะหุงข้าวให้ออกมาได้ดีนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของตัวผู้หุง

      สำหรับคนที่ไม่เคยกินข้าวกล้องมาก่อนและกำลังจะฝึกกิน ให้ทำคำแนะนำของเราดังนี้

  1. มือใหม่ที่หัดกินข้าวกล้องให้ใช้วิธีง่ายๆ โดยการนำข้าวกล้องมาผสมกับข้าวขาวหุงในอัตราส่วน 1:2 แต่ต้องแช่ข้าวกล้องทิ้งไว้ก่อนนำมาหุงรวมกัน เมื่อเริ่มกินได้แล้วจึงค่อยๆเพิ่มปริมาณข้าวกล้องให้มากขึ้นลดข้าวขาวลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้าย ก็เปลี่ยนมาเป็นข้าวกล้องทั้งหมด 
  2. การกินข้าวกล้องที่อร่อยควรกินขณะยังอุ่นๆ หลังจากข้าวสุกแล้ว ทิ้งให้ระอุประมาณ 5-10นาที  ให้รีบนำออกมากิน ข้าวจะนุ่มกินง่าย ค่อยๆเคี้ยวให้ละเอียด ลิ้นจะได้รสสัมผัสรสชาติความหวานอร่อยของข้าวกล้อง
  3. ควรกินข้าวกล้องที่หุงสุกแล้วให้หมดภายในมื้อนั้นๆ เพราะข้าวกล้องจะบูดง่ายกว่าข้าวขาวทั่วๆไป

      หากคุณได้ลองหัดกินข้าวกล้องจนเป็นแล้ว คุณจะเข้าถึงและติดใจในรสชาติของความหอม นุ่ม อร่อย และความละมุนลิ้น เราเชื่อว่าไม่มีทางที่คุณจะกลับไปกินข้าวขาวอย่างที่เคยกินมาก่อนหน้านี้แน่นอน 

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

การป้องกันไม่ให้เชื้อเอชไอวีไปติดคนอื่น

คนที่รู้ตัวเองว่ามีการติดเชื้อเอชไอวีแล้ว ควรรู้จักวิธีการปฏิบัติติตนเองเพื่อไม่ให้เชื้อไปติดกับคนรอบข้างได้ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการรับผิดชอบตนเอง เชื้อโรคจะได้ไม่แพร่ไปติดคนอื่น ซึ่งเชื้อเอชไอวีนั้นสามารถแพร่เชื้อไปติดคนอื่นได้ หากเราไม่รู้จักการป้องกัน มาดูกันว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

  • คนที่ติดเชื้อเป็นผู้หญิง ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายควรให้ผู้ชายป้องกันโดยการใส่ถุงยางอนามัยตลอด เพราะอาจติดเชื้อต่อกันได้ ไม่ควรจูบปากกัน หากมีเพศสัมพันธ์แบบหมู่คณะห้ามให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัยไปใช้กับคนอื่นต่อ อาจทำให้เชื้อสามารแพร่ไปยังคนอื่นได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่คนติเชื้อต้องระวังตนเองเสมอในการมีเพศสัมพันธ์
  • คนที่ติดเชื้อเป็นผู้ชาย ถ้ารู้ว่าตัวเองมีเชื้อเอชไอวี ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น โดยที่คนนั้นจะมีติเชื้อเหมือนกันหรือว่าไม่มีการติดเชื้อ ทุกครั้งต้องสวมใส่ถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวี หากมีเพศสัมพันธ์ทางปากไม่ควรปล่อยอสุจิให้อีกฝ่ายเข้าปาก ถือว่าเสี่ยงต่อการติดเชื้อมาก
  • การบ้วนน้ำลาย คนที่มีเชื้อเอชไอวีการล้วนน้ำลายถือว่าเป็นการแพร่เชื้ออีกทาง ดังนั้นตามที่ชุมชนต่าง ๆ ไม่ควรไปบ้วนน้ำลายทิ้ง หรือขากเสมหะออกมาทิ้งไปทั่ว เพราะจะส่งผลให้เชื้อเอชไอวีนั้นแพร่ไปยังคนอื่นได้ 
  • ในผู้หญิงที่รู้ว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี ควรป้องกันไม่ให้ตนเองตั้งท้องเด็ดขาด เพราะการตั้งท้องมีโอกาสเสี่ยงที่ลูกจะติดเชื้อเอชไอวีต่อจากเราได้ หรือถ้าเกิดการตั้งท้องโดยไม่รู้ตัวก่อนควรรีบไปปรึกษาทางหมอจะได้จัดยาต้านเชื้อให้ทานก่อน เพื่อป้องกันเชื้อส่งไปยังลูก
  • การบริจาคเลือด คนที่มีเชื้อเอชไอวีนั้นงดการบริจาคเลือดทุกทาง แต่คนติเชื้อสามารถรับเลือดจาดคนอื่นได้ เพราะการบริจาคเลือดออกไปถือว่าเป็นการแพร่เชื้อโดยการถ่ายเลือดไปให้คนอื่น
  • หากต้องมีการแต่งงาน ผ็ที่ติดเชื้อควรแจ้งให้กับคนรักตนเองทราบด้วยว่าตนเองมีเชื้อเอชไอวี เพราะถ้าทราบก่อนอาจจะได้ป้องกันตัวเพื่อที่จะได้ไม่ติดเชื้อต่อกัน 
  • ในกรณีที่ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล การไปติดต่อทุกครั้งควรแจ้งให้ทางหมอทราบว่าตยเองนั้นมีการติดเชื้อเอชไอวี ทางหมอจะได้ป้องกันในการใช้อุปกรณ์ในกรณีเจาะเลือดต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังคนอื่น ๆ 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อหู

หูเป็นอวัยวะที่สำคัญกับร่างกายของเราอย่างหนึ่งและเป็นสิ่งสำคัญในเรื่องของการได้ยินหรือการรับฟังด้วยเช่นกัน ซึ่งในบางครั้งเราก็ทำร้ายหูของเราโดยที่เราไม่ตั้งใจเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดอันตรายกับหูของเรามีอะไรบ้างมาดูกันเลย

การไม่ดูแลหูให้อยู่ในสภาพปกติก็เท่ากับว่าเราอาจจะไม่สามารถใช้หูของเราให้อยู่กับเราไปจนแก่ได้ เพราะในบางคนก็สามารถทำอันตายแก่หูของตนโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวกันเลย

เท่ากับว่าในอนาคตอาจจะต้องพึ่ง เครื่องช่วยฟัง เพราะจะเกิดการหูหนวกได้นั่นเอง

เราไม่ควรแคะหูอย่างรุนแรง  

ซึ่งโดยหลัการของธรรมชาติที่เป็นมนุษย์แล้วนั้น หากมีการคันหูเกิดขึ้นมาโดยส่วนใหญ่แล้วก็ต้องการที่จะนำอะไรมาแคะหูของตนเอง เพราะมันเกิดอาการคันและจึงทำให้เรานั้นต้องการรู้ว่าข้างในของหูของเรานั้นมีอะไรอยู่กันแน่ทำไมมันถึงคันนัก โดยในหลักความเป็นจริงแล้วการที่เราได้นำหรือสรรหาสิ่งอะไรก็ตามแต่นำมาแหย่หรือนำมาเพื่อเป็นการแคะหูของตนเอง สิ่งเหล่านั้นมันก็เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายมากเช่นกันกับหู

เพราะสิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นอันตรายเป็นอย่างมากที่เรานั้นไดนำเอาของแข็งที่นำไปแหย่เข้าไปในหูของเราเอง มันก็จะก่อให้เกิดการอักเสบ เพราะมันอาจจะไปโดนระบบภายในที่เป็นเยื่อแก้วหูของเราก็ได้ 

ดังนั้นมันอาจจะส่งผลถึงความร้ายแรงที่ทำให้หูของเรานั้นเกิดอาการหนวกได้เช่นกัน 

ในการเปิดเพลงหรือมีการรับฟังเสียงที่ดังมากมากจนเกินไป  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นก็ตามอาจจะชอบที่จะฟังเสียงต่างๆไม่ว่าจะเป็นดนตรีหรือเครื่องเสียงก็ตามที่ดังๆกระหึ่มๆ ยกตัวอย่างคือ การดูรายการต่างๆจากทีวีที่เป็นเสียงที่ดัง หรืออาจจะเป็นการใส่หูฟังเพื่อเป็นการรับฟังเพลงที่มีความชื่นชอบและบุคคลที่มีการทำงานในระบบที่มีเสียงดังมากๆ เช่น โรงเหล็ก หรืออาจจะเป็นระบบโรงงานที่เกี่ยวข้องกับพวกอุตสาหกรรมเกี่ยวกับรถยนต์ก็ได้เช่นกัน

 ในกรณีที่ทหารได้รับฟังการเสียงของระเบิดในการทำการออกรบหรืออาจจะเป็นการซ้อมก็ตาม แต่อาจจะเป็นประเภทกลุ่มคนที่ก่อให้เกิดการได้ยินเกี่ยวกับเสียงของการทำให้เกิดการดังจากประทัดซึ่

หากเราได้รับฟังหรืออยู่บริเวณใกล้ๆก็อาจจะก่อให้เกิดการอักเสบที่หูของเราได้ และอาจจะเกิดอันตรายอย่างอื่นได้อีกด้วย โดยเฉพาะเกิดการอักเสบที่เหยื่อแก้วหูของเรา ซึ่งข้างในของหูนั้นอาจเกิดการฉีกขาดได้เช่นกัน ซึ่งมันอาจจะก่อให้เกิดเหตุหูหนวกได้อย่างแน่นอน 

รีวิว Yamaha R6 ทำไมถึงแพงที่สุดในคลาส 600cc

วันนี้ขออนุญาตพามาชมคันนี้กันอีกครั้งละกันคลิปรีวิวทำไปละแล้วก็คลิปลองขี่ทำไมละวันนี้ขออนุญาตมาทำคลิปรีวิวให้ทุกคนดูแล้วกันนะครับกับ Yamaha YZF R6 สวัสดีครับคลิปแชลแนล ดีบิ๊กไบค์นะครับหรือร้านดีเจริญยนต์ซื้อขายแลกเปลี่ยนรถบิ๊กไบค์มือสองวันนี้พามาชมคันนี้นะครับวันนี้เปิดสงกรานต์วันแรกหลายคนยังคงหยุดอยู่นะครับผมขออนุญาตเปิดแล้วกันทนไม่ไหวหยุดร้านต้อง 3 วันอยากทำงานใจจะขาด ไม่ได้ทำคลิปมาหลายวันเลยนอนไม่หลับเลยนะครับวันนี้พามาชมกันหน่อยละกัน คันนี้นะครับกับ Yamaha YZF R6 หลายคนอะไรมาอีกแล้ว

อย่าเพิ่งเบื่อกันแล้วกันเพราะว่าก่อนหน้านี้ติดตามกันหรือยังไม่ดูลองย้อนไปดูได้นะครับเหมือนเกือบจะเป็นอีพีอีแล้วล่ะแต่ผมแบ่งเป็นคลิปนะครับคลิปแรกสุดเลยคลิปรีวิวได้รถคันนี้มาผมยังไม่รู้รายละเอียดข้อมูลอะไรทั้งสิ้นยังไม่เคยลองขี่ทำให้ทุกคนดูก่อนแล้วก็ล่าสุดลองขี่ไปละต้องใช้คำว่า ผมลงทุนมาก ลงทุนที่นี่คือระบบอัดเสียงถ้าสังเกตดีๆดูในช่องเมืองนอกกล้าพูดเลยว่ายังอัดเสียงสู้ของช่องผมไม่ได้เลยนะครับเสียงค่อนข้างชัดมากอยากรู้ว่า Yamaha YZF R6 เวลาวิ่งบนท้องถนนมีโหลดเสียงเป็นไงวิ่งความเร็วต่ำเป็นยังไงความเร็วสูงเสียงเป็นยังไงลองไปดูคลิป EP2 ได้นะครับ

ไม่ใช่อีก 2 หลังใช้คำว่าลองขี่และกันต้องใช้คำว่าเวลาขี่ไม่มีเสียงลมเลยนะครับวันนี้วันนี้ไม่ได้ลองขี่แต่มารีวิวแล้วกันพามาดูข้อมูลเทคนิคเกี่ยวกับรถโดยรวมนะครับหรือไม่ก็คือรีวิวแล้วกันนะครับ หลังจากที่ว่าผมใช้งานมาวันนั้นโดนไปหลายรอบแล้วเพราะว่ารอบแรกปรากฏไฟล์มันเสียนะครับเลยมีการวนหลายรอบแล้วผมก็เพลินใหญ่ปกติหลายที่ผมวิ่งอยู่ประมาณ 10 นาทีนะครับต้องกลับมาตัดละคลิปมันวิ่งไป 20 กว่านาทีมันเพลินจริงๆกับคันนี้นะครับ มาดู Yamaha YZF R6 นะครับมอเตอร์ไซค์สัญชาติญี่ปุ่นหรือที่เราคุ้นเคยในเครื่องดนตรีนะครับหลายคนกีต้าร์ตัวแรกจะคุ้นๆตาแน่นอนกีต้าร์ Yamaha นะครับกีต้าร์ตอนแรกของผมก็เป็น Yamaha เช่นกันแต่มอเตอร์ไซค์อยากบอกว่าบิ๊กไบค์คันแรกผมก็เป็น Yamaha XJR ได้ขี่ก่อน super4 ซะอีก

ถ้าพามาดูกันกับค่ายแบรนด์นี้นะครับ ไม่ใช่ว่าอยากบอกว่ามันเป็นค่ายรถญี่ปุ่นที่ต้องใช้คำว่า Super เด็กแนวจริงๆยิ่งทั้งในตลาดเมืองไทยหรือเมืองนอกเมืองนอกอาจจะไม่ค่อยเท่าไหร่แต่ตลาดในเมืองไทยต้องบอกว่ายังไง Yamaha YZF R6 คันนี้ segment ไม่มีตัวเทียบกับรถในเมืองไทยเลยก็ว่าได้นะครับเพราะว่ายังใกล้เคียงที่สุดคือ CBR 600 RR ของ Honda ทางฮอนด้าบิ๊กวิงก็ไม่ทำเพราะฉะนั้นตัวเทียบ segment ใกล้เคียงไม่มีเลยแม้กระทั่ง Triumph ที่เขาเทียบณเมืองนอกหรือว่าตามช่อง YouTube เมืองนอกเข้ามาเที่ยบนะครับกับ Yamaha YZF R6 กับTriump เดททูน่าเมืองไทยก็ไม่ทำตลาดตลาดเราทำแค่ สตรีททริปเปิ้ลเท่านั้นนะครับเพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่าไม่มีตัวให้เทียบ

 

สนับสนุนโดย  บิ๊กไบค์มือสอง

อยากให้เครื่องช่วยฟังใช้ได้นานๆควรทำอย่างไร

 หากเราซื้อของเพื่อมาใช้งานสักชิ้นหนึ่ง เราคงอยากที่จะเก็บรักษาเพื่อให้ของสิ่งนั้นมีอายุการใช้งานได้นาน และยิ่งของสิ่งนั้นเป็นของราคาแพงด้วยแล้ว ยิ่งควรมีการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังให้อยู่ให้เราใช้งานได้นานๆ 

  1. หากเราเลิกใช้งานเครื่องช่วยฟัง ควรเก็บไว้ในกล่องให้มิดชิดและที่สำคัญให้เปิดฝาถ่านเครื่องช่วยฟังออกด้วย
  2. หากเลิกใช้งานเครื่องช่วยฟัง ต้องเอาผ้าแห้งที่สะอาดเช็คทำความสะอาด เครื่องช่วยฟัง ทุกครั้ง
  3. ควรหาแปรงขนาดเล็กที่สะอาดมาปัดทำความสะอาดขี้หูที่อาจจะติดมากับเครื่องช่วยฟังเป็นประจำ ทำทุกวันได้ยิ่งดี
  4. เพื่อให้เครื่องช่วยฟังมีประสิทธิภาพในการใช้งานควรเปลี่ยนที่กรองขี้หูบ่อยๆ เพราะหากมีขี้หูไปอุดตันประสิทธิภาพของเสียงจะไม่ค่อยชัดเจนได้
  5. การเก็บรักษาเครื่องช่วยฟังต้องเก็บในที่ห้อง ในระดับอุณหภูมิห้อง ห้ามเก็บไว้ตรงที่ร้อนหรือว่าเย็นจนเกินไปเพราะจะทำให้เครื่องช่วยฟังพังได้
  6. ให้ใช้เครื่องช่วยฟังอย่างระมัดระวังอย่าทำตกหล่น อย่าบีบหรือเอาไปกระแทกกับอะไร ที่สำคัญจัดแต่งทรงผลให้เรียบร้อยแล้วค่อยใส่เครื่องช่วยฟังระวังอย่าให้โดนเจลใส่ผมหรือโดนน้ำและหากเครื่องช่วยฟังเปียกน้ำสิ่งที่ต้องทำต่อไปนี้คือ 
  • คุณจะต้องหยิบเครื่องช่วยฟังออกจากรูหูแล้วรีบหาผ้าสะอาดและแห้งมาเช็คน้ำออกจากเครื่องช่วยฟังก่อน
  • รีบเปิดเอาแบตเตอรี่ออกมาทำความสะอาดด้วยผ้าที่แห้งและสะอาด เสร็จแล้วให้ทำความสะอาดช่องใส่แบตเตอรี่ให้แห้งด้วย
  • เมื่อเช็ดเครื่องช่วยฟังและแบตเตอรี่จนแห้งแล้ว ให้นำเครื่องช่วยฟังที่เปิดตรงฝาแบตเตอรี่สุดแล้วไปใส่กล่องที่ข้างในมีสารดูดความชื้น โดยทิ้งไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง โดยต้องปิดฝากล่องให้สนิทอย่าให้อากาศเข้าไปได้
  • เมื่อเวลาผ่านไปสักประมาณ 8 ชั่วโมง ให้ลองเอาเครื่องช่วยฟังออกจากกล่องแล้วมาทดลองใช้งานดูอีกครั้งว่ายังสามารถใช้งานได้หรือไม่ การได้ยินเสียงยังเป็นปกติหรือไม่ หรือมีอาการผิดปกติอย่างไร โดยหากว่ารู้สึกว่าเครื่องมีปัญหา อย่างเช่น เสียงไม่ชัด เครื่องติดๆดับๆ แนะนำว่าต้องนำเครื่องช่วยฟังไปส่งตรวจสอบกับร้านที่เราซื้อเครื่องช่วยฟังมา เพราะปกติร้านจะมีบริการซ่อมให้ แต่ห้ามทำตัวเป็นช่างประจำบ้านแกะเครื่องช่วยฟังมาซ่อมเองเด็ดขาด เพราะทางร้านจะถือว่าคุณทำพังทันที  โดยปกติการซ่อมเครื่องช่วยฟังที่มีสาเหตุมาจากเปียกน้ำหรือโดนความชื้นจะมีค่าใช้จ่ายเพราะจะไม่อยู่ในการรับประกัน ดังนั้นการใช้งานจึงควรระมัดระวังเรื่องการเปียกน้ำเป็นพิเศษ

ดูแลฟันและสิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อฟันของเรา

ดูแลฟันและสิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อฟันของเรา
“แปรงฟันแห้ง” ไม่จุ่มแปรงในน้ำ ไม่บ้วนปากก่อนแปรงฟัน จะเกิดผลดีต่อฟันมากยิ่งกว่า เพราะว่าน้ำอาจลดจำนวนฟลูออไรด์ในยาสีฟันไปกับน้ำได้ ซึ่งฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุ เพียงน้ำลายในปากก็พอที่จะสร้างฟองในยาสีฟัน และไม่ควรจะบ้วนน้ำทันทีหลังจากแปรงฟันบ่อยจนเกินความจำเป็นด้วย

มั่นใจว่าผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงจะเคยบีบยาสีฟันลงบนแปรงสีฟัน และก็เปิดก๊อกให้น้ำไหลผ่านแปรงสีฟันนิดหน่อย หรือจุ่มแปรงลงในถ้วยน้ำก่อนแปรงฟัน เนื่องจากต้องการให้ยาสีฟันสร้างฟองสำหรับเพื่อการแปรงฟันได้มากขึ้น แปรงฟันได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่า แต่ว่าที่จริงแล้วกรรมวิธีการแปรงฟันแบบนี้บางทีอาจมิได้เป็นผลดีต่อฟันของพวกเรามากมายสักเท่าไหร่

ไม่จุ่มแปรงพร้อมยาสีฟันในน้ำ และบ้วนปากทันทีหลังแปรงฟันบ่อยๆ
การจุ่มแปรงสีฟันพร้อมยาสีฟันในน้ำ หรือเปิดน้ำก๊อกน้ำให้ไหลผ่านแปรงนิดหน่อยก่อนลงมือแปรงฟัน อาจจะส่งผลให้จำนวนฟลูออไรด์ในยาสีฟันลดลง คุณภาพของฟลูออไรด์ในยาสีฟันที่ควรช่วยไม่ให้ฟันผุก็จะลดลงไปด้วย รวมทั้งหลังแปรงฟันเสร็จ การบ้วนปากด้วยน้ำหลายๆ ครั้งก็จะลดจำนวนฟลูออไรด์ที่อยู่บนฟันไปด้วยเหมือนกัน

แปรงฟันแห้ง ลดการใช้น้ำให้เยอะที่สุด ดีต่อฟันมากยิ่งกว่า
หมอฟัน กล่าวว่า ให้แปรงฟันด้วยยาสีฟันล้วนๆ โดยไม่ต้องผ่านน้ำ ระหว่างแปรงฟันในปาก น้ำลายในปากพอเพียงต่อการผลิตฟองยาสีฟันได้ แล้วก็ภายหลังบ้วนยาสีฟันทิ้งแล้ว บ้วนปากให้น้อยครั้งที่สุด เพียงแค่ครั้งเดียวได้ยิ่งดี เพื่อรักษาฟลูออไรด์บนฟันไว้ให้ได้มากที่สุด

แปรงฟันให้ถูกทาง
อย่าลืมว่าการแปรงฟันโดยสีซ้ายขวาไปๆ มาๆ บางทีอาจมิได้ช่วยทำให้เศษอาหารออกมาจากซอกฟันได้ ควรจะแปรงโดยสลัดแปรงจากโคนฟันที่ใกล้กับเหงือกออกไปที่ปลายฟัน รวมทั้งแปรงให้ทั่วทั้งข้างนอก และก็ภายใน ใช้เวลาสำหรับเพื่อการแปรงฟัน 2-3 นาที แล้วอย่าลืมแปรงลิ้น เพื่อลดคราบเปื้อนแบคทีเรียในปาก

ตรวจฟันทุก 6 เดือน
เพื่อสุขภาพปากและก็ฟันที่ดี อย่าลืมเจอหมอฟันเพื่อตรวจฟันทุกๆ 6 เดือน ถ้าเกิดมีคราบเปื้อนหินปูนก็ควรจะขูดหินปูนออก เพื่อคุ้มครองป้องกันฟันผุด้วยเช่นเดียวกัน

วิธีการรักษาโรคหูหนวก

อย่างที่เราทราบกันดีกว่าโรคหูหนวกนั้นมักมีหลายสาเหตุและการรักษาโรคชนิดนี้ก็แตกต่างกันขึ้นอยู่กับอาการของโรค

ดังนั้น ซึ่งโรคหูหนวกนั้น มีทั้งเป็นหูหนวกมาตั้งแต่เกิด หรือมาหูหนวกหลังจากที่คลอดออกมาแล้ว ซึ่งถ้าหากหูหนวกตั้งแต่อยู่ในท้องการรักษาให้หายขาดได้นั้นทำได้ยาก แต่ก็มีวิธีที่จะสามารถช่วยให้กลับมาได้ยินได้ผ่านทางเครื่องช่วยฟัง ส่วนโรคหูหนวกที่เกิดจากหลังจากที่คลอดออกมาแล้วนั้น หากอาการยังไม่รุนแรงมากนักก็ยังสามารถรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้น วิธีการรักษาจึงต้องดูตามอาการของโรค เช่น 

  • หากคุณไม่ค่อยได้ยินเสียง เพียงเพราะแพทย์ตรวจสอบว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหูของคุณ หรือมีขี้หูมากเกินไป ไปอุดรูหูไว้ทำให้การได้ยินเสียงไม่ชัดเจน แพทย์เฉพาะทางที่ดูแลด้านหูก็จะทำการรักษา ด้วยการนำขี้หูหรือสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมา อย่างเช่นอาจจะดูด ออกหรือคีบออกมา ก็สามารถรักษาอาการได้แล้ว
  • แต่หากคุณ ไม่ได้ยินเสียง เพราะเกิดจากที่คุณมีอาการป่วยเพราะการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา การรักษาทางแพทย์เฉพาะทางก็จะตรวจสอบโรคแล้วรักษาผู้ป่วยด้วยการใช้ยารักษาแทน
  • แต่หากอาการป่วยนั้นเกิดมาจากสาเหตุของอุบัติเหตุ การรักษาอาจต้องดูอาการอีกที บางครั้งอาจถึงขั้นมีการผ่าตัดก็ได้

 

           แต่อยากที่เคยบอกไว้ว่าหากปัญหาการได้ยินของผู้ป่วยนั้นเกิดมาตั้งแต่กำเนิด หรือหากเป็นหลังคลอดแต่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ปัจจุบันก็ได้มีวิวัฒนาการออกมามากมายรองรับการรักษาของโรคหูหนวกให้คนที่หูหนวกสามารถกลับมาได้ยินได้อีกครั้ง  อย่างเช่น

  • การใช้เครื่องช่วยฟัง หรือ Hearing Aids อุปกรณ์ชิ้นนี้กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้ยินเสียงชัดขึ้นเพราะมันจะมาทำหน้าที่ในการขยายเสียงให้ดังขึ้น ซึ่งหากผู้ป่วยสนใจที่จะใช้เจ้าอุปกรณ์ช่วยฟังนี้สามารถรับคำปรึกษาจากนักตรวจการได้ยินเสียก่อนว่าลักษณะอาการ ปัญหาการได้ยินของผู้ป่วยนั้นเหมาะกับอุปกรณ์แบบไหน เนื่องจากเครื่องช่วยฟังนี้ จะถูกออกแบบมา 2 แบบ คือเป็นเครื่องช่วยฟังชนิดเป็นการฟังเสียงทางอากาศ และอีกอย่างคือเครื่องช่วยฟังชนิดฟังเสียงทางกระดูก เพื่อการใช้งานที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาหูของผู้ป่วยเอง
  • การใช้เครื่องช่วยประสาทหูเทียม  อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่แปลงเสียงสัญญาณให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าในระดับที่ไม่อันตรายจะไปกระตุ้นอวัยวะภายในหูให้สามารถได้ยินเสียงได้ดีขึ้น อุปกรณ์นี้จะใช้ทำงานแทนอวัยวะหูชั้นในที่ไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งจะเหมาะกับคนที่เป็นโรคหูหนวก หรือหูกำลังจะหนวก

ตวามเครียดกับกรดไหลย้อน

ความเครียดกับโรคกรดไหลย้อน
ความเครียด มีความสัมพันธืกับโรคกรดไหลย้อน เพราะความเครียดจะทำให้เกิดการหลั่งสารเคมีบางอย่างในสมอง และความเครียดทำให้ระบบในร่างกายทำงานแย่ลง มักจะมีภาวะที่เรียกว่า ภาวะหลอดอาหารมีความไวเกินต่อสิ่งกระตุ้น (Esophageal hypersensitivity) หลอดอาหารจึงอ่อนไหวต่อกรด เมื่อมีกรดไหลย้อนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย คนกลุ่มนี้ก็จะมีอาการแสดงให้เห็นทันที คือรู้สึกได้ไวมากกว่าคนปกติทั่วไป

อาการของโรคกรดไหลย้อน
อาการของโรคกรดไหลย้อน ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนักในแต่ละคน แต่ทั้งนี้จะพบว่ามีอาการที่แบบซ่อนเร้นและแสดงออกมาชัดเจน โดยอาการที่พบได้มาก คือ อาการแสบร้อนกลางอก มีอาการเรอเปรี้ยวบ่อยๆ แต่ก็มีไม่น้อยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการที่ไม่ชัดเจน หลายๆ อาการที่แตกต่างกันไป เช่น เจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง ไซนัสอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ หรือหูอักเสบ ซึ่งอาจทำให้แพทย์ตรวจไม่พบสาเหตุที่ชัดเจนของโรค อาจต้องทำการตรวจโดยแพทย์จากหลายสาขา จนพบสาเหตุที่แท้จริง

การรักษาโรคกรดไหลย้อน
เบื้องต้นแพทย์จะทำการซักประวัติ เพื่อดูว่าคนไข้มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ถ้าวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน การรักษาในเบื้องต้น คือ ทำความเข้าใจในเรื่องของสาเหตุที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน รวมถึงแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ร่วมกับการให้ยาลดกรดมาทาน โดยการปรับพฤติกรรมที่แพทย์มักแนะนำคือการปรับเรื่องของปริมาณของอาหารที่รับประทานและชนิดของอาหาร การงดรับประทานอาหารก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง พยายามลดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดอาการได้เป็นอย่างดี