สูตรการทำเค้กวันคริสต์มาส

ทุกคนล้วนมีความชอบส่วนบุคคลและทุกคนมักจะมีความชอบที่แตกต่างกันบางคนอาจจะชอบทำขนมหรือทำอาหารและวันนี้เราจะมาบอกถึงสูตรการทำขนมซึ่งก็คือเค้กสำหรับวันคริสต์มาสค่ะ และวันนี้เราจะมาบอกว่าส่วนผสมที่ต้องใช้วิธีทำจะต้องทำอย่างไรบ้างเรามาดูกันเลยค่ะ

ส่วนผสมที่เราจะต้องใช้ในการทำเค้กวันคริสต์มาสคือ

 

น้ำ 25 กรัมค่ะ   กรัมค่ะสำหรับ กรัมค่ะสำหรับการทำเค้ก Christmas ในครั้งนี้นั้นจะไม่สามารถที่จะขาดน้ำไปได้เลยและเราจะใช้นาน 25 กรัมแบบพอดีเป๊ะๆห้ามเกินแม้แต่ขีดเดียวและก็ห้ามน้อยแม้แต่ขีดเดียวเช่นกันค่ะ

แป้งเค้ก 150 กรัมค่ะ  ถ้าพูดถึงการทำเค้กคนก็คงจะต้องนึกถึงแป้งเค้กและทุกคนคงจะรู้ว่าการทำเค้กไม่สามารถที่จะขาดแป้งเค้กไปได้เลยเพราะแป้งเค้กคือส่วนผสมที่สำคัญที่สุดในการทำเค้กค่ะเพราะถ้าขาดแป้งเช็คไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะทำเค้กแบบสวยงามสมบูรณ์แบบได้ 

ผงฟู สำหรับการใช้ผงฟูนั้นเรียกว่าสำคัญมากและผงฟูที่เราจะต้องใช้จะใช้ประมาณ 3 กรัมค่ะการทำเค้กไม่สามารถที่จะขายผงฟูไปได้เพราะผงฟูจะทำให้เนื้อเค้กของเราคงอยู่และฟูและอร่อยค่ะดังนั้นจะไม่สามารถที่จะขาดผงฟูไปได้

นมค่ะ นมก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการทำเค้กเช่นเดียวกันซึ่งในครั้งนี้เราจะใช้ลม 45 กรัมค่ะจะต้องไม่ขาดและไม่เกินที่เพื่อที่เค้กคริสต์มาสของเราจะได้ออกมาหน้าตาดีๆและอร่อยค่ะ

น้ำมัน เราจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมัน 75 กรัมซึ่งส่วนใหญ่ในการทำเค้กจะไม่มีใครใช้น้ำมันแต่ในครั้งนี้เราจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมันค่ะเชื่อว่าหลายคนจากที่ได้ฟังของที่ต้องเตรียมมาแล้วก็คงจะคิดว่าทำไมมันมีแต่ของแปลกๆทั้งนั้น 

น้ำตาลตกแต่งระบายสีครีมสำหรับตกแต่งค่ะ จริงๆแล้วเราจะเป็นที่จะไม่ต้องใช้ก็ได้แต่ว่าถ้าใครต้องการที่จะทำให้เป็นของตัวเองดูน่ารักก็สามารถนำจานเอาไว้ตกแต่งนำของตกจากเตรียมไว้ก็ได้

น้ำตาล เราจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำตาล 100 กรัมน้ำตาลนั้นก็ต้องห้ามขาดนะห้ามเกินเช่นเดียวกันเพราะก็คือสิ่งที่จะควบคุมความหวานของเค้กค่ะ 

เกลือ เกลือก็คือสิ่งที่เป็นการควบคุมเค้กของเราเช่นเดียวกันเราจะใช้เกลือนิดเดียวเท่านั้นสามารถเลือกได้ว่าจะใส่เกลือเยอะมากแค่ไหน

กลิ่นวนิลา จริงๆแล้วกลิ่นวนิลาคือสิ่งที่ไม่จำเป็นเลยต่อการทำขนมแต่ที่คนส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาในการทำขนมนั้นก็เพราะว่าการใช้กลิ่นวนิลาทำให้ขนมที่เราทำมีความหอมมากขึ้นดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาเพื่อให้กลิ่นหอมน่ากินซึ้งจะใช้กลิ่นวนิลา 1 ช้อนโต๊ะค่ะ 

ไข่  2

และนี่ก็คือของที่เราจำเป็นที่จะต้องเตรียมในการทำเค้กค่ะ

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

โรคงูสวัด

หากมีอาการเหมือนจะปวดแสบปวดร้อน บริเวณใบหน้า แขน และชายโครง ดูอาการผ่านไป สักระยะก็มีผื่นแดงขึ้น และเหมือนมีตุ่มน้ำใส ๆ บริเวณที่ปวดแสบปวดร้อน โดยสังเกต พบว่า ผื่นแดงมักเรียงกันเป็นกลุ่มหรือเป็นแนวยาว  อาการที่เกิดขึ้นนี้ พึงระวัง อาการของโรคงูสวัด ซึงส่วนใหญ่เราจะพบเห็น โรคงูสวัดในคนชรามีมากกว่า วัยอื่น ๆ อาการของโรคคล้าย อีสุกอีใส ก็เรียกได้ว่า คนปกติหากเคยเป็น อีสุกอีใส ในโอกาสต่อไป ก็มีโอกาสมากที่จะเป็นโรคงูสวัด  เพราะเกิดมาจากเชื้อไวรัสอีสุกอีใสที่ยังหลบซ่อนภายในร่างกายของคนป่วย

โรคงูสวัด ที่พบจากคนรอบข้าง กล่าวได้ว่า ส่งผลกระทบกับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก สร้างความไม่มั่นใจ ในการเข้าสังคม เพราะมีรอยแผล ตามร่างกายที่ไม่พึงประสงค์ และยังมีโอกาสติดต่อ คนใกล้ชิดจากการสัมผัสแผลตุ่มน้ำใส และคนที่ป่วยด้วยโรคนี้ จะมีกลุ่มอาการเหน็บชา เบื่ออาหาร ซึมเศร้า วิตกกังวล ส่งผลให้เกิดภาวะอารมณ์แปรปรวน หากเป็นในกลุ่มผู้ป่วยชรา ที่มีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานหลายปี

เมื่อร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำลง  เชื้อที่แฝงตัวในร่างกายของผู้ป่วยก็จะกระจายตัวออกตามปมประสาท ส่งผลให้เส้นประสาทถูกทำลาย  โดยที่พบตามร่างกายของผู้ป่วยโรคงูสวัด  จะเป็นผื่นแดงและตุ่มน้ำใสๆ เรียงตัวเป็นกลุ่มตามแนวเส้นประสาท ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนตรงบริเวณผิวหนัง และอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ที่ร่างกายต้องการพักผ่อน

โรคงูสวัด สามารถหายได้ โดยไม่ต้องใช้ยาใด ๆ  แต่หากมีอาการแทรกซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง  อาจทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายได้มากกว่าคนปกติ โดยที่พบจะเป็นอาการปวดเรื้อรังเป็นปี  และพบการติดเชื้ออื่นนอกจากเชื้อไวรัส เช่น เชื้อแบคทีเรียบริเวณตา  และพบภาวะแทรกซ้อนทางหู หรือเกิดอาการรุนแรงระดับปอดอักเสบ  ที่ส่งผลต่อเยื้อหุ้มสมองอักเสบ ที่ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัด เสียชีวิตได้ 

ซึ่งกรมการแพทย์ รายงาน พบภาวะแทรกซ้อน มากถึงร้อยละ 50 ของผู้ป่วยโรคงูสวัดที่มีอายุเกิน 50 ปี และมากกว่าร้อยละ 70 ในผู้ป่วยโรคงูสวัดที่มีอายุเกิน 70 ปี  หากสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคงูสวัด ควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ และจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ ด้านการรักษาโรคงูสวัด พบว่า เราสามารถฉีดวัคซีนงูสวัดเพื่มได้อีก 

ถึงแม้เราจะเคยฉีดวัคซีนอีสุกอีใส  เพราะวัคซีนโรคงูสวัด จะมีความเข้มข้นมากกว่าวัคซีนโรคอีสุกอีใสกว่า 14 เท่า นั่นคือ ถึงแม้โรคอีสุกอีใส กับ โรคงูสวัด มีต้นกำเนิดมาจากเชื้อไวรัส ชนิดเดียวกัน แต่กระนั่น มันก็ไม่สามารถจะมาป้องกันการเกิดโรคดังกล่าวได้ และก็ไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้เช่นเดียวกัน

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

ภัยร้ายที่เกิดจากอาหารฟาสต์ฟู้ด

       คุณเชื่อหรือไม่ว่า อาหารประเภท Fast Food นั้นมีอยู่แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยสนใจเนื่องจากว่าการกินอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดนั้นจะให้รสชาติที่อร่อยไม่ว่าเด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ก็มักจะชอบกินที่สำคัญอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดได้ง่ายรวมถึงประหยัดเวลาในการที่จะต้องนั่งกินอะไรนานๆในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะต้องออกไปทำงานนอกบ้าน

ดังนั้นการหาอะไรให้เด็กๆรับประทานจึงเน้นที่จะเลือกอาหารที่รวดเร็วแล้วเด็กชอบกินดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่จึงมักพาเด็กไปทานอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดมากกว่าการที่จะทำกับข้าวทานกันเองที่บ้านและในปัจจุบันนี้เราไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปนอกบ้านก็สามารถสั่งอาหารฟาสต์ฟู้ดมาทานที่บ้านได้จึงเป็นเหตุผลว่าปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่มักจะติดการกินอาหาร Fast food มากกว่าการกินอาหารที่ทำเอง

         หากจะพูดถึงประโยชน์ของการกินอาหาร Fast Food นั้นบอกได้เลยว่าประโยชน์ของเขาคือความสะดวกและรวดเร็วและอาจจะเป็นที่ถูกปากของคนที่กินแต่เชื่อหรือไม่ว่านอกจากประโยชน์ที่กล่าวมานี้แล้วอาหารฟาสต์ฟู้ดแทบไม่มีประโยชน์อย่างอื่นเลยนอกจากผลเสียมากกว่าเนื่องจากว่าใครก็ตามที่กินอาหารฟาสฟู้ดมากเกินไปจะประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วนแต่ไม่ใช่แค่โรคอ้วนเท่านั้นที่คุณจะได้รับหากคุณมีการกินอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดมากเกินไปยังมีการวิจัยออกมาเพิ่มเติมได้ว่าคนร้ายที่จะตามมาหากเรากินอาหารฟาสต์ฟู้ดเยอะไปนั้นมันมีเยอะมากกว่าที่จะส่งผลให้เราเป็นแค่โรคอ้วนเท่านั้นด้วยอาหาร Fast Food นั้น

จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายเพราะแทบไม่มีสารอาหารอะไรเลยหากเราดูแล้วจะรู้ว่าในอาหาร Fast Food นั้นมีแต่แป้ง  ไขมัน   และยังมีน้ำตาลเยอะอีกด้วยแต่แทบไม่มีผักเลยด้วยซ้ำดังนั้นหากเราให้เด็กกินมากเกินไปจะทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่ครบ 5 หมู่

           สำหรับที่เมืองไทยอาหาร Fast Food ถือเป็นอาหารชั้นเลิศที่ผู้คนนิยมกินกันแต่คุณรู้หรือไม่ว่าถ้าอยู่ที่ต่างประเทศแล้ว เปรียบได้กับเป็นอาหารขยะที่หลายคนมักจะไม่กินนอกเสียจากว่าจะจำเป็นจริงๆเราไม่มีเวลาไปหากินอาหารรูปแบบอื่นก็จำเป็นที่จะต้องกินอาหาร Fast Food แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนต่างประเทศจะพยายามกินอาหารฟาสต์ฟู้ดให้น้อยที่สุดเพราะเขาทราบได้ว่าอาหารชนิดนี้

ไม่ได้มีประโยชน์ต่อร่างกายอะไรเลยและยังส่งผลเสียทำให้เกิดโรคต่างๆมากมายเช่นโรคความดันโรคเบาหวานรวมถึงหากคุณมากเกินไปก็จะอาจจะทำให้ปวดท้องยิ่งถ้าเป็นเด็กๆแล้วก็จะส่งผลต่อการพัฒนาสมองทำให้เด็กเหล่านั้นสมองพัฒนาช้าซึ่งจะมีผลระยะยาวและส่งผลต่อการเรียนของเด็กๆด้วยดังนั้นหากไม่จำเป็นจึงไม่ควรให้เด็กทานอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดมากจนเกินไปควรจะมีการให้เด็กกินผักและผลไม้บ้านจะก่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กมากที่สุด 

 

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ไม่อยากเป็นแผลเป็น แผลหายไวลองอ่านทางนี้

          ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่เกือบจะทุกวันจะต้องมีแผลเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นตามร่างกายของเรา ด้วยไม่ขาดความระมัดระวัง แต่แผลส่วนใหญ่ที่เป็นกันอยู่ทุกวันก็จะแค่ถลอกนิดหน่อย ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลให้หมอดูแล เราสามารถดูแลทำแผลเองได้เบื้องต้น ถ้าเคยสังเกตแผลที่เป็นเล็กๆน้อยจะเห็นว่าโดยธรรมชาติแล้ว2-3 แผลก็จะหายและตกสะเก็ดเอง ซึ่งลักษณะแบบนี้เราเรียกว่ามันเป็นกลไกการทำงานของร่างกายเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย โดยร่างกายจะสร้างผิวหนังใหม่มาแทนที่ของเก่าซึ่งช่วงนี้บริเวณที่ตกสะเก็ดจะคัน เราไม่ควรเกาเพราะจะทำให้ถลอกอีกและแผลอาจติดเชื้อได้

          เชื่อว่าหลายคนคงเคยทำแผลให้ตัวเองหรือคนในครอบครัว แต่รู้หรือไม่ว่าขั้นตอนการทำแผลที่ถูกวิธีนั้น มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง โดยเบื้องต้นเราควรมีการสำรวจแผลก่อนว่า มีขนาดเล็กหรือใหญ่ แผลลึกมากแค่ไหน ถ้าไม่ได้มีอาการอะไรรุนแรงมากนักเรามาทำแผลกันเถอะค่ะเพื่อเป็นการช่วยคุณหมอที่โรงพยาบาลจะได้เอาเวลาเหล่านี้ไปดูแลคนที่เจ็บหนักกว่าเรา ขั้นตอนทำแผลคือ

  1. ควรล้างมือให้สะอาดก่อนการทำแผล เพื่อลดความเสี่ยงที่จะมีเชื้อโรคเข้าไปในแผล
  2. ถ้าแผลมีเลือดออกควรนำสำลีสะอาดมากดที่แผลเพื่อห้ามเลือดให้หยุดไหลก่อนแต่ถ้าเป็นแค่แผลถลอกก็จะไม่มีเลือดออกมากนัก
  3. ควรล้างทำความสะอาดแผลซะก่อน เพราะบางครั้งอาจมีดิน หรือทรายติดมากับแผล ควรนำน้ำสะอาดมาล้างเศษหิน เศษดินออกก่อน
  4. เมื่อล้างแผลจนสะอาดแล้วให้นำสำลีสะอาดมาซับแผลให้แห้ง หลังจากนั้นทายาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะ โดยยาเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปเพื่อให้แผลสมานหายเร็วขึ้น
  5. เมื่อทายาเรียบร้อยแล้วก็นำผ้าก็อซที่สะอาดมาพันปิดแผลไว้กันเชื่อโรคเข้าแผล และควรเปิดแผลมาทำความสะอาดทุกวันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือถ้าแผลเล็กน้อยแค่ถลอกก็ไม่ต้องปิดแผล
  6. สังเกตอาการว่าแผลที่เราทำความสะอาดมีการอักเสบ บวมแดงหรือไม่ ถ้ามีอาการดังกล่าวให้รีบพาไปพบแพทย์

สำหรับการดูแลทำความสะอาดแผลด้วยตนเอง เราควรหาซื้อยามาติดที่บ้านไว้ และควรเลือกซื้อยาที่มีส่วนผสมของคลอเฮกซิดีน ยาตัวนี้จะเป็นยาสำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรียในแผล  เมื่อทำความสะอาดแผลแล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยการทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ เน้นพวกโปรตีนเพราะจะช่วยซ่อมแซมแผลให้หายเร็วขึ้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย รวมเว็บหวยออนไลน์

พื้นที่ที่มีการติดไม่ให้เข้าไปใช้บริการนานๆอาจมีเชื้อราเกิดขึ้น

         เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวของห้างสรรพสินค้าในประเทศมาเลเซียที่รัฐบาลมีการประกาศให้เปิดให้บริการลูกค้าได้ตามปกติซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ของทางห้างสรรพสินค้าเข้าไปเพื่อทำความสะอาดห้างปรากฏว่าสินค้าภายในห้างที่เป็นกลุ่มพวกเครื่องหนังต่างๆไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า  รองเท้า   หรือว่าเข็มขัดนึกว่าสินค้านั้นจะเป็นสินค้าแบรนด์ดังแค่ไหนต่างก็มีเชื้อราเกิดขึ้นที่สินค้านั้นทั้งสิ้นสาเหตุนั้นก็มาจากที่ว่าห้างสรรพสินค้านั้นมีการถูกปิดให้บริการเป็นระยะเวลานานเกินไปซึ่งภายในห้างหลังจากที่มีการปิดบริการปุ๊บก็จะไม่มีการระบายอากาศดังนั้นทำให้อากาศภายในห้างอาจจะเกิดความชื้นเหมาะ

อย่างยิ่งกับการเจริญเติบโตของเชื้อราดังนั้นนี่จึงเป็นบทเรียนให้เรานำมาศึกษาเพื่อใช้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเราในประเทศไทยเช่นเดียวกันเพราะว่าประเทศไทยเองก็มีการประกาศการปิดห้างไม่ให้เปิดขายของในโซนของห้างสรรพสินค้าซึ่งเมื่อมีการปิดห้างก็จะไม่มีการเปิดแอร์เพื่อระบายอากาศ

ดังนั้นสินค้าภายในห้างหรือตรงจุดไหนที่มีความอับชื้นก็จะทำให้มีเชื้อราสะสมขึ้นได้ซึ่งถ้าหากห้ามมีการเปิดให้บริการตอนนี้ก็มีความเสี่ยงอย่างมากที่ลูกค้าที่ไปเดินภายในห้างอาจจะได้รับปัญหาในเรื่องของการสูดเอาเชื้อราเข้าไปอาจจะทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้นอกจากนี้แล้วสำหรับในเรื่องของอาการอื่นๆเพิ่มเติมคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็อาจจะทำให้มีผื่นคันเกิดขึ้นตามลำตัวและผิวหนังได้เช่นเดียวกันดังนั้นทางกรมอนามัยจึงได้มีการออกมาเตือนสำหรับลูกค้าที่จะไปใช้บริการสถานที่ต่างๆที่รัฐบาลเพิ่งเปิดให้มีการใช้บริการได้ไม่ว่าจะเป็นตามโรงหนัง   ตามห้างสรรพสินค้า   ตามสถานฟิตเนส   หรือตามผับ 

ซึ่งสถานที่เหล่านี้จะมีในเรื่องของการปิดห้องให้อัปไม่ได้มีการระบายอากาศดังนั้นเป็นไปได้มากที่ต่างๆอาจจะมีการสะสมของเชื้อราได้โดยเฉพาะในโรงหนังนั้นจะมีการปิดทึบดังนั้นเชื้อราจะอยู่ตามพวกเก้าอี้ต่างๆในการดูหนังซึ่งเราคงต้องรอให้ทางโรงภาพยนตร์ได้มีการจัดการเปลี่ยนแปลงหรือทำร้ายพวกเชื้อราต่างๆก่อนไม่ควรที่จะรีบไปใช้บริการทันทีหลังจากที่ทางโรงภาพยนตร์หรือตามห้างสรรพสินค้าเปิดทันทีเพื่อเป็นการป้องกันตนเองไม่ให้ไปเสี่ยงติดโรคระบบทางทางเดินหายใจได้

และที่สำคัญนอกจากนี้คือในช่วงนี้การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังคงมีอยู่ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นที่สุดเมื่อเราต้องมีการออกไปในพื้นที่ที่มีความสุข อยู่ในพื้นที่คนใช้บริการหนาแน่นเราจึงควรที่จะต้องมีการเตรียมหน้ากากอนามัยไปด้วยทุกครั้งรวมถึงเจอแอลกอฮอล์ล้างมือที่จะเอาไว้ใช้เช็ดทำความสะอาดมือเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคจะเป็นการดีที่สุดในช่วงเวลานี้

 

 

สนับสนุนโดย  หวยลาวออกกี่โมง

ทำอย่างไรถึงจะกินข้าวกล้องให้อร่อย

 จากที่เราได้รู้กันดีอยู่แล้วว่าข้าวกล้องนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายหลายด้าน ผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพรวมทั้งคนที่ต้องการลดความอ้วน หรือกินคลีน หลายคนจึงหันมากินข้าวกล้องกันเพิ่มขึ้น  บางคนอาจต้องใช้เวลาในการหัดเพื่อที่จะกินให้ได้อร่อย เนื่องจากเคยชินในรสชาติแบบเดิมๆของข้าวขาว  ซึ่งก่อนที่จะกินได้นั้น  เราจะต้องมาเรียนรู้วิธีการหุงข้าวกล้องอย่างไรให้ได้ออกมาหอมนุ่มอร่อย  สำหรับวิธีการหุงข้าวกล้องแบบง่ายๆ ที่เราจะแนะนำมีดังนี้

     วิธีการหุงข้าวกล้อง

  1. ก่อนที่จะลงมือซาวข้าวในแต่ละครั้ง เราจะต้องเก็บสิ่งแปลกปลอมที่หลงปะปนอยู่กับข้าวออกก่อน เช่น กรวด เปลือกข้าว และลงมือซาวข้าวแบบเบามือ ใช้เวลาให้น้อยที่สุด ทำเพียงแค่ครั้งเดียว เพื่อไม่ให้วิตามินที่อยู่ในข้าวสูญเสียออกไป
  2. ในการหุงข้าวกล้องเราจะต้องใส่น้ำมากกว่าการหุงข้าวขาวแบบปกติที่เคยกินมา หลักการคือข้าวกล้อง 1 ส่วน ควรเติมน้ำ2 -3 เท่า  และถ้าจะให้ประหยัดเวลาที่ใช้หุงก็นำข้าวไปแช่ไว้ประมาณ 30 นาที  ไม่แนะนำให้แช่นานกว่านี้เพราะอาจทำให้วิตามินบางอย่างถูกน้ำละลายออกไป  ยิ่งเป็นข้าวกล้องที่มีสี อาจนำน้ำที่แช่กลับไปใช้หุง ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในข้าวได้ด้วย
  3. ผู้หุงข้าวจะต้องใส่น้ำให้เหมาะสม และรู้มาก่อนว่าข้าวที่ใช้หุงเป็นข้าวเก่าหรือข้าวใหม่  โดยปริมาณน้ำจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ว่าชอบข้าวแฉะหรือร่วน การจะหุงข้าวให้ออกมาได้ดีนั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของตัวผู้หุง

      สำหรับคนที่ไม่เคยกินข้าวกล้องมาก่อนและกำลังจะฝึกกิน ให้ทำคำแนะนำของเราดังนี้

  1. มือใหม่ที่หัดกินข้าวกล้องให้ใช้วิธีง่ายๆ โดยการนำข้าวกล้องมาผสมกับข้าวขาวหุงในอัตราส่วน 1:2 แต่ต้องแช่ข้าวกล้องทิ้งไว้ก่อนนำมาหุงรวมกัน เมื่อเริ่มกินได้แล้วจึงค่อยๆเพิ่มปริมาณข้าวกล้องให้มากขึ้นลดข้าวขาวลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้าย ก็เปลี่ยนมาเป็นข้าวกล้องทั้งหมด 
  2. การกินข้าวกล้องที่อร่อยควรกินขณะยังอุ่นๆ หลังจากข้าวสุกแล้ว ทิ้งให้ระอุประมาณ 5-10นาที  ให้รีบนำออกมากิน ข้าวจะนุ่มกินง่าย ค่อยๆเคี้ยวให้ละเอียด ลิ้นจะได้รสสัมผัสรสชาติความหวานอร่อยของข้าวกล้อง
  3. ควรกินข้าวกล้องที่หุงสุกแล้วให้หมดภายในมื้อนั้นๆ เพราะข้าวกล้องจะบูดง่ายกว่าข้าวขาวทั่วๆไป

      หากคุณได้ลองหัดกินข้าวกล้องจนเป็นแล้ว คุณจะเข้าถึงและติดใจในรสชาติของความหอม นุ่ม อร่อย และความละมุนลิ้น เราเชื่อว่าไม่มีทางที่คุณจะกลับไปกินข้าวขาวอย่างที่เคยกินมาก่อนหน้านี้แน่นอน 

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

การป้องกันไม่ให้เชื้อเอชไอวีไปติดคนอื่น

คนที่รู้ตัวเองว่ามีการติดเชื้อเอชไอวีแล้ว ควรรู้จักวิธีการปฏิบัติติตนเองเพื่อไม่ให้เชื้อไปติดกับคนรอบข้างได้ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการรับผิดชอบตนเอง เชื้อโรคจะได้ไม่แพร่ไปติดคนอื่น ซึ่งเชื้อเอชไอวีนั้นสามารถแพร่เชื้อไปติดคนอื่นได้ หากเราไม่รู้จักการป้องกัน มาดูกันว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

  • คนที่ติดเชื้อเป็นผู้หญิง ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายควรให้ผู้ชายป้องกันโดยการใส่ถุงยางอนามัยตลอด เพราะอาจติดเชื้อต่อกันได้ ไม่ควรจูบปากกัน หากมีเพศสัมพันธ์แบบหมู่คณะห้ามให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัยไปใช้กับคนอื่นต่อ อาจทำให้เชื้อสามารแพร่ไปยังคนอื่นได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่คนติเชื้อต้องระวังตนเองเสมอในการมีเพศสัมพันธ์
  • คนที่ติดเชื้อเป็นผู้ชาย ถ้ารู้ว่าตัวเองมีเชื้อเอชไอวี ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น โดยที่คนนั้นจะมีติเชื้อเหมือนกันหรือว่าไม่มีการติดเชื้อ ทุกครั้งต้องสวมใส่ถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวี หากมีเพศสัมพันธ์ทางปากไม่ควรปล่อยอสุจิให้อีกฝ่ายเข้าปาก ถือว่าเสี่ยงต่อการติดเชื้อมาก
  • การบ้วนน้ำลาย คนที่มีเชื้อเอชไอวีการล้วนน้ำลายถือว่าเป็นการแพร่เชื้ออีกทาง ดังนั้นตามที่ชุมชนต่าง ๆ ไม่ควรไปบ้วนน้ำลายทิ้ง หรือขากเสมหะออกมาทิ้งไปทั่ว เพราะจะส่งผลให้เชื้อเอชไอวีนั้นแพร่ไปยังคนอื่นได้ 
  • ในผู้หญิงที่รู้ว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี ควรป้องกันไม่ให้ตนเองตั้งท้องเด็ดขาด เพราะการตั้งท้องมีโอกาสเสี่ยงที่ลูกจะติดเชื้อเอชไอวีต่อจากเราได้ หรือถ้าเกิดการตั้งท้องโดยไม่รู้ตัวก่อนควรรีบไปปรึกษาทางหมอจะได้จัดยาต้านเชื้อให้ทานก่อน เพื่อป้องกันเชื้อส่งไปยังลูก
  • การบริจาคเลือด คนที่มีเชื้อเอชไอวีนั้นงดการบริจาคเลือดทุกทาง แต่คนติเชื้อสามารถรับเลือดจาดคนอื่นได้ เพราะการบริจาคเลือดออกไปถือว่าเป็นการแพร่เชื้อโดยการถ่ายเลือดไปให้คนอื่น
  • หากต้องมีการแต่งงาน ผ็ที่ติดเชื้อควรแจ้งให้กับคนรักตนเองทราบด้วยว่าตนเองมีเชื้อเอชไอวี เพราะถ้าทราบก่อนอาจจะได้ป้องกันตัวเพื่อที่จะได้ไม่ติดเชื้อต่อกัน 
  • ในกรณีที่ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล การไปติดต่อทุกครั้งควรแจ้งให้ทางหมอทราบว่าตยเองนั้นมีการติดเชื้อเอชไอวี ทางหมอจะได้ป้องกันในการใช้อุปกรณ์ในกรณีเจาะเลือดต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังคนอื่น ๆ 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ดูแลฟันและสิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อฟันของเรา

ดูแลฟันและสิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อฟันของเรา
“แปรงฟันแห้ง” ไม่จุ่มแปรงในน้ำ ไม่บ้วนปากก่อนแปรงฟัน จะเกิดผลดีต่อฟันมากยิ่งกว่า เพราะว่าน้ำอาจลดจำนวนฟลูออไรด์ในยาสีฟันไปกับน้ำได้ ซึ่งฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุ เพียงน้ำลายในปากก็พอที่จะสร้างฟองในยาสีฟัน และไม่ควรจะบ้วนน้ำทันทีหลังจากแปรงฟันบ่อยจนเกินความจำเป็นด้วย

มั่นใจว่าผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงจะเคยบีบยาสีฟันลงบนแปรงสีฟัน และก็เปิดก๊อกให้น้ำไหลผ่านแปรงสีฟันนิดหน่อย หรือจุ่มแปรงลงในถ้วยน้ำก่อนแปรงฟัน เนื่องจากต้องการให้ยาสีฟันสร้างฟองสำหรับเพื่อการแปรงฟันได้มากขึ้น แปรงฟันได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่า แต่ว่าที่จริงแล้วกรรมวิธีการแปรงฟันแบบนี้บางทีอาจมิได้เป็นผลดีต่อฟันของพวกเรามากมายสักเท่าไหร่

ไม่จุ่มแปรงพร้อมยาสีฟันในน้ำ และบ้วนปากทันทีหลังแปรงฟันบ่อยๆ
การจุ่มแปรงสีฟันพร้อมยาสีฟันในน้ำ หรือเปิดน้ำก๊อกน้ำให้ไหลผ่านแปรงนิดหน่อยก่อนลงมือแปรงฟัน อาจจะส่งผลให้จำนวนฟลูออไรด์ในยาสีฟันลดลง คุณภาพของฟลูออไรด์ในยาสีฟันที่ควรช่วยไม่ให้ฟันผุก็จะลดลงไปด้วย รวมทั้งหลังแปรงฟันเสร็จ การบ้วนปากด้วยน้ำหลายๆ ครั้งก็จะลดจำนวนฟลูออไรด์ที่อยู่บนฟันไปด้วยเหมือนกัน

แปรงฟันแห้ง ลดการใช้น้ำให้เยอะที่สุด ดีต่อฟันมากยิ่งกว่า
หมอฟัน กล่าวว่า ให้แปรงฟันด้วยยาสีฟันล้วนๆ โดยไม่ต้องผ่านน้ำ ระหว่างแปรงฟันในปาก น้ำลายในปากพอเพียงต่อการผลิตฟองยาสีฟันได้ แล้วก็ภายหลังบ้วนยาสีฟันทิ้งแล้ว บ้วนปากให้น้อยครั้งที่สุด เพียงแค่ครั้งเดียวได้ยิ่งดี เพื่อรักษาฟลูออไรด์บนฟันไว้ให้ได้มากที่สุด

แปรงฟันให้ถูกทาง
อย่าลืมว่าการแปรงฟันโดยสีซ้ายขวาไปๆ มาๆ บางทีอาจมิได้ช่วยทำให้เศษอาหารออกมาจากซอกฟันได้ ควรจะแปรงโดยสลัดแปรงจากโคนฟันที่ใกล้กับเหงือกออกไปที่ปลายฟัน รวมทั้งแปรงให้ทั่วทั้งข้างนอก และก็ภายใน ใช้เวลาสำหรับเพื่อการแปรงฟัน 2-3 นาที แล้วอย่าลืมแปรงลิ้น เพื่อลดคราบเปื้อนแบคทีเรียในปาก

ตรวจฟันทุก 6 เดือน
เพื่อสุขภาพปากและก็ฟันที่ดี อย่าลืมเจอหมอฟันเพื่อตรวจฟันทุกๆ 6 เดือน ถ้าเกิดมีคราบเปื้อนหินปูนก็ควรจะขูดหินปูนออก เพื่อคุ้มครองป้องกันฟันผุด้วยเช่นเดียวกัน

ตวามเครียดกับกรดไหลย้อน

ความเครียดกับโรคกรดไหลย้อน
ความเครียด มีความสัมพันธืกับโรคกรดไหลย้อน เพราะความเครียดจะทำให้เกิดการหลั่งสารเคมีบางอย่างในสมอง และความเครียดทำให้ระบบในร่างกายทำงานแย่ลง มักจะมีภาวะที่เรียกว่า ภาวะหลอดอาหารมีความไวเกินต่อสิ่งกระตุ้น (Esophageal hypersensitivity) หลอดอาหารจึงอ่อนไหวต่อกรด เมื่อมีกรดไหลย้อนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย คนกลุ่มนี้ก็จะมีอาการแสดงให้เห็นทันที คือรู้สึกได้ไวมากกว่าคนปกติทั่วไป

อาการของโรคกรดไหลย้อน
อาการของโรคกรดไหลย้อน ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนักในแต่ละคน แต่ทั้งนี้จะพบว่ามีอาการที่แบบซ่อนเร้นและแสดงออกมาชัดเจน โดยอาการที่พบได้มาก คือ อาการแสบร้อนกลางอก มีอาการเรอเปรี้ยวบ่อยๆ แต่ก็มีไม่น้อยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการที่ไม่ชัดเจน หลายๆ อาการที่แตกต่างกันไป เช่น เจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง ไซนัสอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ หรือหูอักเสบ ซึ่งอาจทำให้แพทย์ตรวจไม่พบสาเหตุที่ชัดเจนของโรค อาจต้องทำการตรวจโดยแพทย์จากหลายสาขา จนพบสาเหตุที่แท้จริง

การรักษาโรคกรดไหลย้อน
เบื้องต้นแพทย์จะทำการซักประวัติ เพื่อดูว่าคนไข้มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ถ้าวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน การรักษาในเบื้องต้น คือ ทำความเข้าใจในเรื่องของสาเหตุที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน รวมถึงแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ร่วมกับการให้ยาลดกรดมาทาน โดยการปรับพฤติกรรมที่แพทย์มักแนะนำคือการปรับเรื่องของปริมาณของอาหารที่รับประทานและชนิดของอาหาร การงดรับประทานอาหารก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง พยายามลดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดอาการได้เป็นอย่างดี

โรคตาแดง เป็นเฉพาะฤดูฝน จริงหรือ?

เพียงแค่ฝนตกลงที่หน้าต่างในตอนเช้า~ เมื่อฤดูฝนมาเยือนถึงแม้ว่าจะช่วยให้อากาศในบ้านเราเย็นสบายขึ้น แต่คงมีหลายคนที่กำลังเกลียดหน้าฝนนี้อยู่ เพราะนอกจากเจ้าฝนนี่จะทำให้เราเปียกเวลาเดินทางออกไปข้างนอก อาจจะไป ทำงาน ไปเรียน ไปหาอะไรทาน ทำให้เราต้องเปียกปอนตัวชื้นๆ อยู่ทุกที และยังทำให้สุขภาพของเราแย่ลงป่วยง่ายอีกต่างหาก ยิ่งผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงต้องเสี่ยงกับการเจ็บป่วย ซึ่งโรคตาแดงเป็นหนึ่งในโรคยอดฮิตที่คนส่วนใหญ่เป็นกันในช่วงหน้าฝน แต่เอ๊ะ !! ทำไมต้องเป็นตอนฤดูฝน ฤดูกาลอื่นเป็นไม่ได้เหรอ?

ไม่ต้องรอให้ถึงฤดูฝน เราก็สามารถที่จะเป็นโรคตาแดงได้ เพราะโรคนี้แท้จริงแล้วเกิดขึ้นได้ทุกช่วงฤดูกาล เพียงแต่ในฤดูฝนนั้นน้ำจะนองที่พื้น น้ำขังบ้าง หรือเรามีโอกาสที่จะสัมผัสน้ำได้ง่ายกว่าโดยเฉพาะน้ำสกปกรกที่อาจจะดีดเด้งกระเด็นเข้าสู่ดวงตาของเราเมื่อไหร่ก็ได้และง่ายกว่าฤดูกาลอื่น และที่สำคัญเจ้าแบคทีเรียที่ชื่อว่า อดีโนไวรัส (Adenovirus) นั้น เจริญเติบโตได้ดีในช่วงนี้และแฝงตัวอยู่ในน้ำสกปรกหรือฝุ่นที่ปลิวเข้าดวงตาจนทำให้เกิดโรคตาแดง (Pink Eye หรือ Conjunctivitis)

 

ตาแดง คือ อะไร?
ตาแดง (Pink Eye หรือ Conjunctivitis) คือ ความผิดปกติของดวงตาที่ตอบสนองต่อการได้รับเชื้อโรค ซึ่งมีอาการที่เห็นได้ชัดเลยคือ ลูกตาจะเป็นสีแดงเนื่องจากหลอดเลือดฝอยขยายตัวมากขึ้น ในกรณีที่เป็นตาแดงแบบทั่วไปจะสามารถหายได้ภายใน 1-2 วัน ทั้งนี้ต้องมีการดูแลตนเองที่ดีในระดับหนึ่ง แต่หากเราปล่อยปะละเลยไม่ดูแลหรือรักษาตามอาการ ‘โรคตาแดง’ อาจเกิดการผิดปกติมากยิ่งขึ้น และวิธีการดูแลรักษาจะยากขึ้นตามไปด้วย

 

โรคตาแดงมีหลายอาการดังนี้

1. อาการทั่วไป คือ ระคายเคือง แสบตา น้ำตาไหล มีขี้ตามากกว่าปกติ รู้สึกดวงตาแสบแดง

2. อาการที่เกิดจากเชื้อไวรัส คือ แพ้แสง หนังตาบวม ต่อมน้ำเหลืองกกหูบวมกดแล้วรู้สึกเจ็บ มีอาการร่วม คือ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก

3. อาการที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย คือ ตาแฉะ มีน้ำตาไหลหรือมีขี้ตาสีเขียวหรือเหลืองในปริมาณมาก บางรายลืมตาได้ แต่อาจมองเห็นไม่ชัด ซึ่งอาการจะคล้ายกับการติดเชื้อไวรัส

4. อาการที่เกิดจากการระคายเคืองหรือแพ้ แม้ว่าอาการโดยรวมไม่รุนแรง แต่จะรู้สึกแสบตา คันเปลือกตาและหัวตา และมักจะมีน้ำตาไหล

 

นอกจากสาเหตุของการโดนน้ำไม่สะอาดและฝุ่นผงที่เข้าดวงตา ยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคตาแดงได้ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะดังนี้

1. เลี่ยงการสัมผัสน้ำที่สกปรก หลีกเลี่ยงการไปเล่นน้ำที่เป็นแหล่งน้ำท่วมขัง หรือว่ายน้ำร่วมกับคนป่วยตาแดง

2. เมื่อโดนน้ำไม่สะอาดกระเด็นเข้าตา ควรรีบล้างออก อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะเชื้อโรคจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบและเสี่ยงต่อโรคได้

3. ไม่อยู่ใกล้กับคนที่ป่วยเป็นโรคตาแดง เพราะจะทำให้ติดต่อกันได้ง่าย และงดใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า

4. รักษาความสะอาด ซักผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน และล้างมือให้สะอาด เลี่ยงการเอามือไปสัมผัสดวงตาบ่อยๆ

5. ไม่อยู่ในพื้นที่แอดอัดเสี่ยงต่อการหายใจ ไอ จามรดกัน เช่น รถโดยสารสาธารณะ สถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น

 

หากเป็นโรคตาแดงแล้วควรทำอย่างไร?

1. ควรพักผ่อนสายตา และลาหยุดงานจนกว่าจะหายเพื่อลดการระบาดของโรคไปสู่ผู้อื่น

2. หากมีน้ำตาให้ใช้ผ้าซับน้ำตา ไม่ควรใช้ผ้าซับน้ำตาผืนเดิมซ้ำๆ

3. ใช้ยาหยอดตาของแพทย์ เมื่อรู้สึกคันแทนการขยี้ตา หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป

หากคุณกำลังป่วยเป็นโรคตาแดงนั้นควรรีบรักษากับแพทย์เฉพาะทางแบบด่วนๆ เพื่อหยุดเชื้อหยุดอาการไม่ให้ลุกลามไปสู่บริเวณอื่นได้ เช่น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ หากรู้แล้วว่าเราสามารถที่จะป่วยเมื่อไหร่ก็ได้ การที่เราดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอนั้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ร่างกายมีเกราะป้องกันในการเผชิญกับโรคภัยต่าง ๆ ได้ ซึ่งการกินอาหารที่มีประโยชน์ กินผักผลไม้ให้ได้ 400 กรัม/วัน การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การดื่มน้ำสะอาด ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์นั้น เป็นสิ่งที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เน้นย้ำมาตลอด เพื่อให้คนไทยใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันการเกิดโรคภัย และสร้างให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรงรู้วิธีการดูแลสุขภาพของตนเองได้